เลือกใช้น้ำมันอย่างไร? เพื่อผิวสวยดูมีออร่า

Last updated: 2021-11-27  |  364 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เลือกใช้น้ำมันอย่างไร? เพื่อผิวสวยดูมีออร่า

เลือกใช้น้ำมันอย่างไร? เพื่อผิวสวยดูมีออร่า


น้ำมันธรรมชาติจะมีคุณสมบัติด้านความงามที่หลากหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำมันแต่ละประเภทก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงควรเลือกใช้น้ำมันให้ถูกประเภทนะคะ

ความแตกต่างของน้ำมันแต่ละประเภท!

น้ำมันแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน ทั้งกรรมวิธีก็ยังมีความแตกต่างกันอีกด้วยเพื่อให้ได้น้ำมันสูตรพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละผลิตภัณฑ์ มาดูกันนะคะว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil)

น้ำมันอาร์แกนมีไขมันจำเป็นและวิตามินอีสูงเป็น 4 เท่าของน้ำมันมะกอก น้ำมันชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน และป้องกันการเกิดสิวได้อย่างดีเยี่ยม แต่น่าเสียดายที่น้ำมันอาร์แกนสามารถสกัดได้เฉพาะในประเทศโมรอคโคเท่านั้น ทำให้น้ำมันอาร์แกนมีราคาค่อนข้างสูงมากๆ เลยทีเดียว

น้ำมันโจโจบา (Jojoba Oil)

น้ำมันสกัดจากผลของโจโจบา เป็นน้ำมันที่ช่วยสร้างความสมดุลให้กับผิว จึงแทบไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง เพราะว่ากันว่าน้ำมันโจโจบาเป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีบัม หรือน้ำมันที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้น จึงทำให้สามารถซึมลงเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ลดรอยแตกลาย รอยเหี่ยวย่น และช่วยให้แผลเป็นค่อยๆ จางหายไป

น้ำมันมะพร้าว (coconut oil)

น้ำมันที่มาจากเนื้อของมะพร้าว วิตามิน E สูงที่มีฤทธิ์ช่วยในการยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์ สามารถลดรอยหมองคล้ำ ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ รักษาความชุ่มชื้น รักษาอาการผิวแห้ง แตก ลอก เป็นขุย ลดอาการผื่นแพ้ แสบคันตามผิวหนัง ช่วยให้ผิวนวลเนียน อีกทั้งช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ในประเทศญี่ปุ่นรับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะนิยมนำมาทาขนตา

น้ำมันมะกอก (Olive oil)

น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่ทุกคนคุ้นเคย เพราะนอกจากจะถูกนำมาใช้ปรุงอาหาร ยังนำมาใช้ในด้านความงามได้อย่างดีเยี่ยม กรดโอเลอิกที่เป็นส่วนประกอบหลักในน้ำมันมะกอก ที่มีอยู่ในเต้านมมนุษย์และซีบัมเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากสิ่งเร้าภายนอกอย่างเช่น ผิวแห้ง เชื้อแบคทีเรียในอากาศ ให้ผิวชุ่มชื้น แต่ต้องระวังไม่ใช้กับผู้ที่มีผิวเป็นสิว เพราะมีความเสี่ยงที่กรดโอเลอิกจะทำให้เชื้อแบคทีเรียจากสิวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

น้ำมันเมล็ดองุ่น (Grape Seed Oil)

ในเมล็ดองุ่นมีสาร Oligomeric Procyanidins (OPC’s) เป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่ม โอฟลาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง มีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวจากสภาพแวดล้อม ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก รังสียูวีจากแสงแดดช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ผิวพรรณจึงแลดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน

เลือกใช้น้ำมันในการดูแลตนเองได้อย่างไร?
 
น้ำมันเหมาะสำหรับดูแลผิวทุกสัดส่วนภายในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งแต่ผม ขนตา ริมฝีปาก ผิว จนถึงเล็บ วันนี้เราก็เลยจะนำทริคเล็กๆน้อยๆ ในการใช้น้ำมันในการดูแลตนเองมาฝากค่ะ

ใช้น้ำมันดูแลผิว

ดูแลผิวเมื่อสาวๆ ดูแลผิวของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้หยดน้ำมันลงบนฝ่ามือสัก 2-3 หยด แล้วทาลงบนผิวแทนครีม หรือทาลงบนปากที่แห้งก็ได้ค่ะ

และขณะที่สาวๆกำลังปล่อยผิวให้ได้พักผ่อน เพื่อให้ผิวฟื้นฟูตามธรรมชาติ ผิวของพวกเราก็อาจจะแห้งจากการขาดการบำรุง ให้ฟื้นฟูผิวหยดน้ำมันลงบนผิวหลังชำระล้างร่างกาย เพียงของพวกเราก็จะมีสุขภาพดีขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ใช้น้ำมันดูแลผม

วิธีการใช้น้ำมันดูแลผมด้วยตนเองมีมาอย่างช้านาน หลังสระผมให้หยดน้ำมันแล้วชโลมให้ทั่วเส้นผม ก่อนเป่าผมให้แห้ง ก็จะช่วยปกป้องผมจากความร้อนได้



Cr.today.line.me

Powered by MakeWebEasy.com